อุบัติเหตุรถคว่ำ ไม่เคยลืม

รถคันเก่าขายไปแล้ว เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ปี 40 อายุ 23 น่าจะเป็นช่วงเบญเพศชีวิต ขับรถไปส่งน้องสาวที่บ้านต่างจังหวัด และช่วงเย็นก็ขับรถเข้า กทม. มาถึงช่วงก่อนค่ายทหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมก็ขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 100 กว่าๆ กำลังจะแซงรถ 10 ล้อ รถนั้นก็หักหลบอะไรก็ไม่รู้มาด้านขวาที่หน้ารถผม ผมชลอรถทัน ขับต่อไปได้อีกสักพัก รถ 10 ล้อก็ไม่เข้าซ้ายซะที ผมก็เห็นเลนส์ซ้ายว่าง ก็กำลังเร่งเครื่องแซง  ทันใดนั้น 10 นั่นก็หักเข้าซ้าย ดูมัน  แต่ด้วยความที่ผมเร่งขึ้นไปแล้วทำให้ไม่สามารถจะเบรคได้ทัน ถึงเบรคก็ไม่อยู่ ช่วงเวลาสั้นๆ จะหักขวาก็เจอรถที่กำลังแซง และคิดหักซ้ายน่าจะวิ่งไหลทางได้ แต่ด้วยความเร็วทำให้หน้ารถขวาด้านคนขับชนเข้าไปที่ท้ายรถ 10 ล้อ ด้วยความโชคดีที่หักรถเร็วทำให้ผมเอียงตัวไปทางซ้าย ไม่งั้นเป็นผีหัวขาดไปแล้ว เพราหน้าเครื่องเข้าไปใต้รถ ส่วนท้ายรถก็ถึงกระจกหน้า  รถผมก็หัวทิ่มลงท้องร่องและรถก็ตีลังกา หลายตลบ  เชื่อมะครับว่าขณะนั้นผมคิดถึงรายการที่วีรายการนึง "เฉียด" เขาจะเล่าเรื่องประสบการณ์ต่างๆ และสรุปว่าเราต้องมีสติ  ผมคิดและท่องเสมอว่า ต้องมีสติต้องไม่ตายๆๆๆ และใจนึงก็นึกสนุกแว๊บนึงว่า เฮ๊ย! แม่งเหมือนเล่นรถไปเหาะตีลังกาเลย (ดูนะมันจะตายแต่เสือกคิดเรื่องสนุกได้อีก)  พอรถหยุดนิ่ง สี่ล้อก็ชี้ขึ้นฝ้า หัวผมทิ่มอยู่ น้ำเหม็นมากก็เข้ามาในรถ มีคนวิ่งมาดูแล้วก็ตระโกนกลับไปว่าไม่มีคนอยู่ในรถ แต่ตัวผมเองอะอยู่ในรถ( เหม็นกลิ่นน้ำมันและเพลงพี่เบริ์ดก็ยังร้องอยู่เลย) ตอนนั้นขาก็ติดกับคอนโซล กระชากจนหลุดและคลานออกมาเพราะกระจกแตกหมด  ออกจากรถได้ผมก็มือจับสร้อยทอง ok ยังอยู่ หาโทรศัพท์ ไม่เจอ ให้คนที่มุงดูช่วยหา คนมุงเยอะมาก คนนึงเอาเครื่อมาคืน คนนึงเอาแบตมาให้ จากนั้นผมก็โทรบอกที่บ้านให้พ่อ แม่มารับ จัดการโทรหารถยกให้ยกรถขึ้นจากคลอง ไปหาหมอที่ รพ (ขอบคุณคนขับรถวอลโว่ที่พาผมไปหาหมอนะครับ)  ตัวผมไม่เป็นอะไรมาก นอกจากกระจกที่แตกเข้าไปฝังในนิ้วชี้มือขวา จากที่การณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านไป 30 นาที นิ้วเริ่มบวมเริ่มปวด พยาบาลฉีดยากันบาดทะยัก และเอาครีมแหย่เข้าไปในนิ้วหนีบเศษกระจกออกแบบสดๆ ปวดมาก เพราะนิ้วเริ่มบวมปากแผลเริ่มปิด เศษกระจกเม็ดใหญ่มากครับ  ออกจาก รพ ถึงที่เกิดเหตุ คนแถวนั้นก็ดีมาก ทำข้าวต้มให้ผมทานและมีผักกาดกระป๋องเพื่อให้ผมได้กินข้าวและทานยา (ขอบคุณนะครับที่ข้าวผมทาน) ผมคุยโทรศัพท์กับพ่อและแม่มาตลอดทาง  เพราะไม่อยากให้เขาคิดมากว่าผมเป็นอะไรมาก แต่พอแม่มาถึงแม่จำผมไม่ได้เดินผ่านไปเพราะเสื้อผมเหม็นมากและคนแถวนั้นเอาเสี้อยืดช่างซ่อมรถให้ผมใส่ แม่บอกว่าจากที่เห็นรถแต่ไกล แม่คิดในใจว่าลูกคนนี้ไม่ตายก็ต้องอยู่ห้องไอซียู เพราะสภาพรถหนักมาก กระจกแตกหมด หลังคายุบ ล้อเบี้ยว (หมดสภาพ)  หลังจากนั้นผมก็กลับบ้าน และลากรถคันนั้ไปไว้ที่อู่รถ 
 
เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นไม่กี่นาที แต่อยู่ในขณะนั้นผมว่ามันเป็นเวลาที่นานมาก ผมคิดถึงเรื่องได้เยอะแยะเลย รู้เลยว่าอาการขวัญหนีดีฟ่อ มันเป็นไง ตัวสั่นเพราะเหตุการณ์นั้น
 
เอ๊ย ! เกือบตายแล้วกรู 
 
ป.ล. ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ผมและเพื่อนอีก 2 คนก็ได้ไปไหว้พระหลวงพ่อโสธร ผมเซียมซีได้ใบที่ไม่ดี  เพื่อนผมอ่านและในใบนั้นบอกว่าให้ต่อชะตาด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง ขณะนั้นผมไม่ได้คิดอะไร  แต่เพื่อนผมบอกว่า แล้วมึงทำไมไม่เติมน้ำมันตะกียงว๊ะ ขวดไม่กี่บาท ผมก็เชื่อแบบงั้นๆหนะ  ซื้อมาขวดนึง เพื่อนผมมันก็แซวอีกว่า จากตายก็พิการ มึงทำไมไม่ซื้อมาอีก จากพิการจะได้ไม่เป็นอะไร ผมก็ไม่ได้คิดอะไรอีก  เออ ซื้อก็ซื้อว๊ะ  สรุปเติมน้ำมันตะเกียง 2 ขวด   หลังจากเกิดเหตุการณ์รถค่ำ ผมก็นึกถึงเรื่องนี้ มันแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้   แต่ผมเชื่อ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นจริงผมก็เชื่อเพราะผมนับถือและเคารพหลวงพ่อโสธรมากครับ
 
 
 
 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s