เกิดมาตัวคนเดียว

เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วผมใช้รถกระบะ แล้วจะขายเพื่อซื้อรถใหม่ ผมถามที่บ้านว่าจะเอาไม๊ ถ้าเอาจะขายให้ 2 แสน  ถ้าขายเต็นส์จะได้  2.8 แสน เงินถ้ายังไม่มีไม่เป็นไร ค่อยเอาเงินตอนมีก็ได้ (เขาจะมีตอนเก็บเกี่ยวพืชผล ประมาณเดือน 12- 2)  พ่อก็เอารถไว้ ช่วงนั้นผมไม่เคยถามเรื่องเงินสักบาท น้องสาวผมแต่งงานประมาณปลายเดือนมีนาคม  ผมก็ไปร่วมงานแต่งงาน  ผมเป็นคนเก็บซองที่คนมาร่วมงาน พองานเลิกก็เอาเงินมาเคลียร์ค่าใช้จ่าย เงินเหลือผมก็บอกว่า ทำไมพ่อไม่ให้เงินนี้กับน้องไปหละ(ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าพ่อแม่ผมเขาคิดอะไรอยู่) น้องสาวคนที่ 4 เรียน ม. กรุงเทพ (ผมส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน) ก็บอกว่า เออ ทำไมพ่อไม่ให้เงินพี่เค้าไปหละเพราะแต่งงานแล้ว พ่อก็มีเงินแล้วหนิเพราะขายที่ดินได้เงินมาก็เยอะ เท่านั้นแหละผมปี๊ดขึ้น ไม่รู้เพราะอะไร ผมคิดในใจว่า ทำไมเราถึงไม่รู้เรื่องคนในครอบครัวนี้เลย หรือที่เราเคยคิดมาตลอดว่าเราไม่ใช่ลูกของเขานั้นมันเป็นความจริง (เล่าไปน้ำตาก็จะไหล) และที่เสียใจอีกขณะนั้นคือน้องเราที่เราส่งเรียน รู้เรื่องนี้แล้วไม่เคยบอกเราสักนิด หรือว่าไม่คิดว่าเราเป็นพี่ ไม่ใช่คนในครอบครัว ไอ้เราก็ส่งให้เรียน ผมเก็บอาการไม่อยู่ ผมไปนั่งเงียบๆ คนเดียว เพื่อรอญาติที่จะเข้า กทม.กับผม  ผมนั่งอยู่สักพัก แม่ก็เข้ามาเอามือลูบที่หัว และถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเงียบ ผมก็ไม่ตอบ เขาก็ถามอีก ผมเลยถามเขาไปด้วยอารมณ์ว่า แม่…ถามจริงเถอะว่าผมไม่ใช่ลูกของแม่ใช่ไม๊ ทำไมมีอะไรในบ้านไม่เคยบอก ขายที่ดินได้ก็ไม่บอก แม่ตอบมา คำนึง ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าออกมาจากปากแม่ของผม ว่า  ก็กลัวว่ามึงจะมาเอาตังค์ค่ารถ  เชื่อมะว่าตอนนี้ผมไม่คิดเลยว่าจะมาเอาตังค์ทั้งๆ ที่รู้ว่าช่วงนี้เขามีตังค์แล้ว ผมเอามือของผมปัดมือเขาที่ลูบหัวผม แล้วก็ตระโกนออกไปว่า กูจะกลับ กทม แล้ว ใครจะไปก็เร็วๆ  ผมขับรถออกจากบ้าน ผมร้องให้ตลอดทาง จนถึง กทม. คนที่นั่งมาด้วยก็ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะผมใส่แว่นดำ แล้วเขาก็หลับ
 
หลับจากนั้น 1 สัปดาห์ ก็ไม่มีใครที่บ้านโทรมาหา ผมคิดว่าไม่มีใครสนใจผมเลย ด้วยทิฐิสูงของผม ผมก็เลย เปลี่ยนเบอร์ใหม่ และทุกอย่างที่ติดต่อได้  สัปดาห์ที่ 2 ทิฐิเริ่มลดลง แต่ความคิดถึงแม่มีมากขึ้น ผมก็ไม่ติดต่อไป สัปดาห์ที่ 3 ทิฐิลดลงแถบจะไม่เหลือ ความคิดถึงแม่แบบทนไม่ได้  ก็เลยโทรหาน้องชายคนเล็ก แล้วบอกว่าไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องบอกเบอร์นี้กับใคร ถ้ามีอะไรก็โทรมาเบอร์นี้ อย่าให้ใครรู้  จากนั้นอีกไม่กี่วัน น้องชายก็โทรมาบอกว่า แม่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม แต่ไม่เป็นอะไรมาก จุก ช้ำ ไม่ไปหาหมด ยาก็หาซื้อกินแถวนั้น  ผมห่วงมาก ไม่ได้นอนทั้งคืน คิดถึงเป็นห่วง ร้องไห้ เช้าปุ๊บก็ซื้อยา จาก กทม. ไปให้ และจะพาไปหาหมอ (รู้อยู่หรอกว่าแม่ไม่ยอมไปหาหมอจึงซื้อยาจาก กทม. ไป)  พอไปถึง พ่อเห็นผม พ่อไม่พูดอะไรสักคน และวันนั้น พ่อก็ไม่คุยอะไรกับสักคน ถึงแม้ผมจะสวัสดีตอนไป และสวัสดีตอนกลับ  แต่แม่เห็นผมก็ร้องไห้ แล้วถามว่าไปทำอะไรมา ทำไมถึงติดต่ออะไรไม่ได้เลย ผมก็ไม่ตอบอะไร  แค่บอกว่าไปหาหมอเถอะ จะพาไปหาหมด ที่มาบ้านนะ เพราะน้องโทรไปบอกว่าแม่รถล้ม ไม่งั้นก็ไม่มาหรอก และก็คงไม่ได้เจอกันอีกต่อไป
 
อยากบอกว่าขอโทษนะครับ         
 
นี้อีกเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้แฟนฟัง เขาก็คิดว่าเปลี่ยนเบอร์เพราะหนีใครที่เขาไม่รู้  จำได้ว่าอีกไม่กี่วันเราก็แยกจากกัน  เพราะที่กลับไปหาแม่ประมาณต้นๆ เดือน พ.ค.
 
พิมพ์ผิด  ตกหล่น ยกเว้น ให้อภัยตัวเองเสมอ 5555+
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s