4 เดือนเลวร้ายที่สุดแล้วหรือยังกับชีวิต

เดือนพฤศจิกายน 52 ผมเริ่มกลับมาอยู่บ้านเพราะ พ่อ แม่ ซื้อตึกอาคารพาณิชย์ไว้ 3 คูหา แม่บอกผมว่า พ่อว่าซื้อแล้วไม่มีใครมาอยู่กูจะซื้อทำไมว๊ะ กูก็ซื้อให้ลูกๆหนะแหละ ที่ไม่เห็นมีใครมาสนใจเลย ตอนนั้นมันก็เหมือนมีผมคนเดียวที่ว่าง สามารถมาช่วยดูแลให้ได้  แต่ก็ยังเป็นช่วงไปๆ กลับๆ  กทม – ปราจีน  ที่เล่ามาก็เหมือนจะไม่มีอะไรที่น่าเลวร้ายเลย มาเล่าต่อ
อย่างที่เคยพิมพ์ไว้แล้วว่าผมโต กทม มาโดยตลอดอยากมาอยู่กับพ่อแม่ น้องๆ ผมรักครอบครัวผมมาก  ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้กลับมาอยู่บ้าน ช่วยพ่อแม่ทำงานด้วย  แต่สิ่งที่ผมคิดมันตรงกันข้ามหมด   ผมเคยใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาโดยตลอด  ผมทำอะไรก็เหมือนขวางหู ขวางตาพ่อไปหมดทุกเรื่อง ทำอะไรก็ผิด โดนด่า โดนว่า เกือบทุกวัน เรืองที่หนักๆ เช่น
 
1 มกราคม 2553  ตื่นเช้ามา กำลังล้างหน้าแปรงฟัน  พ่อพูดว่า มึงจะไปไหนก็ไป กูรำคาญ (ทั้่งๆที่ทุกคนสนุกสนานวันปีใหม่ แต่ผมต้องนั่งทนทุกข์ ไม่ได้ไปไหนเหมือนเช่นเคย)
 
25 กุมภาพันธ์ 2553  ตื่น 5.30 น  เป็นวันคล้ายวันเกิด  กะว่าตื่นมาใส่บาตร (แต่ก็ไม่ได้ใส่) แล้วก็เข้าสวนไปขับรถให้พ่อเพราะพ่อต้องไปธุระในเมือง (พ่อพูดใส่แม่ทั้งๆที่ผมยืนอยู่ด้วยว่า ให้มันไปขับรถกู มันจะขับได้เหรอ เดี๋ยวมันก็ทำรถกูพัง) อ้าวไหงพูดแบบนั้นหละ กลัวรถพังไม่ให้ไปก็ได้ นี่จะช่วยนะ พูดดีๆก็ได้ แถมเป็นวันคล้ายวันเกิดผมอีก และเหตุการณ์ตอนเช้าก็เกือบทำให้ผมคิดสั้นๆ ไปผูกคอตายเฝ้าสมบัติให้พ่อที่สวนซะแล้ว  อยากหวงสมบัติดีนัก
 
จำวันที่ไม่ได้   พ่อเมา ผมอยู่กับพ่อ 2 คน พ่อพูดว่า  " เลือดก้อนเดียวกูตัดได้ "  ประโยคนี้ผมเคยได้ยินพ่อพูดแล้วเมื่อผมอายุประมาณ 12 – 13  แต่ผมไม่รู้ความหมาย  แต่มันก็จำฝังใจมาโดยตลอด  มารู้ความหมายตอนอายุประมาณ 17 -18   แล้วผมก็ได้ยินประโยคนี้อีกจากปากพ่อ  แสดงว่าพ่อต้องฝังใจอะไรกับผมสักอย่างเพราะพูดครั้งแรกอย่างพูดเพราะไม่คิด  แต่นี่พูดอีก แล้วก็พูดตอนเมา (ตอนเมาคือตอนไม่มีสติ พูดแบบไม่กลั่นกรอง พูดจากใจ จากความรู้สึกจริง)
 
ตึกอาคารพาณิชย์เสร็จ  ข้างบนชั้น 2 ตีทะลุถึงกันหมด  แต่มีห้องนอนแค่ 2 ห้อง     น้องสามคนที่สามอยากได้ห้อง  แม่บอกผมว่า  ยกห้องให้น้องเถอะ  ลูกไปนอนกลางบ้านก็ได้ กว้างดี ใหญ่ดี นอนสบาย  (แม่ผมพูดถูกนะ)  แต่ความรู้สึกผมคือ อ้าวก็ให้ผมมาอยู่ไม่ใช่เหรอ เล่าแค่นี้มันอาจรู้สึกเฉยๆ  แต่ความจริงมันเจ็บมากคุณ เพราะคนที่พูดเป็นแม่ผมเอง
 
เรื่องต่อเติมหน้าบ้านและเรื่องอื่นๆ การกระทำที่ผมทำระหว่างผมกับน้องผม  มันต่างกันราวสวรรค์กับนรก เช่น
เรื่องดินหน้าบ้าน  พ่อพูดกับผม เหมือนยังกับผมผิดมาก เหมือนจะกินเลือดเนื้อผม  แต่ห่างกันไม่นาน พูดเรื่องเดียวกันกับน้องชายผม คุยไปหัวเราะไป   (มันชั่งเป็นอะไรที่ไม่ลำเอียงเลย)
ผมตื่นสายเพราะน้องเอาสุนัขมาไว้บ้าน มันต้องนอนกับคน ไม่งั้นก็จะไม่นอน มันเห่า ขูดประตู  ผมตื่นสาย ปกติพ่อมาบ้านตึกสาย แต่วันนี้มาเช้า ผมตื่นสาย พ่อด่าผม  แต่พอน้องผมตื่นสายก็ปกติไม่เห็นว่าอะไร และมีอีกหลายเรื่องที่การกระทำต่างกันมาก
 
ผมขี่รถมอไซค์ไม่แข็ง ช่วงมาอยู่บ้านใหม่ๆ ผมขี่กลับมาจากสวน  หมาที่บ้านเห่า ทำให้ผมถเกือบล้มเพราะกลัวหมากัด  พ่อกำลังเลี้ยงหลาน กล่อมหลานนอน  หลานตื่นเพราะเสียงหมาเห่า  พ่อด่าผม   แต่ไม่ด่าหมา  (เหมือนตลกที่เล่นกันในทีวีเลย)
 
ผมคิดจะทำอาหารขาย ขายข้าว ขายก๊วยเตี๋ยว  พอพ่อรู้ พ่อพูดว่าขายของกินไปเดี๋ยวก็เจ๊ง   (พูดให้พรนี้ 2 ครั้ง )  พ่อไม่เคยให้กำลังใจอะไรผมเลย
 
ผมคิดจะขายเหล้าปั่น  น้องก็เห็นดีด้วย ว่าจะทำกันสองคน  ร้านก็เริ่มตกแต่งแล้ว   ผมก็คิดว่าจะลงเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และคุยกับแม่ว่าจะทำ  น้องชายพูดว่า งั้นให้ผมทำเครื่องซักผ้า ส่วนร้านเหล้าน้องชายผมขอทำเอง  (เป็นไงหละ ยังไม่ทันไรก็ขอแยกตัวซะแล้ว)
 
เรื่องตกแต่งร้านก็ช่วยกันทำกับน้องชาย น้องชายผมจะทำอะไรที่ใหญ่ๆ หรื่อทำอะไรเริ่มต้นก่อนให้พ่อเห็น  พอพ่อกลับ มันก็จะปล่อยให้ผมทำต่อ หรือมันก็ไปในเมือง ผมก็อดไม่ได้ที่จะทำ แต่พ่อคงไม่รู้หรอกว่าที่บางอย่างสำเร็จเพราะฝีมือผม  และร้านนี้ที่คิดก็เริ่มต้นจากผม  ผมเสนออะไรไปก็ตกหมด น้องพูดไรก็ผ่านหมด แปลกดีเนอะ
การต่อวงจรไฟ ทำไฟหรี่ที่ร้าน ตอนแรกน้องผมทำก่อน  ทำจนไฟระเบิด (น้องผมจบวิศวะ แต่อยาบอกสถาบันเลย มีชื่อเสียงมาก ที่ต่อไฟฟ้าเบื้องต้นไม่เป็น) ผมก็ไปทำจนสำเร็จ  วันก่อนที่จะเปิดร้าน น้องไปต่อ ทำช่องเสียบปลั๊กไฟฟ้าเพิ่มอีก ทำเกลือบครึ่งวันก็ไม่ได้ จนต้องวิ่งไปตามชั่งไฟฟ้าหมู่บ้านให้มาช่วยดูให้ ทั้่งๆที่ง่ายจะตาย แต่น้องผมก็ดีนะ มีพ่อยืนให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ 555
 
4 เดือนที่ผ่านมาที่ผมได้อยู่ที่บ้านทำให้รู้สึกว่า 
ผมไม่ใช่ลูกของคนบ้านนี้ (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เคยคิด)
ผมเคยคิดเสมอว่า ผมไม่มีลูก เมีย สมบัติทุกอย่างจะยกให้น้องๆ  เช่น ให้น้องชายหมดเลย หรือให้น้องชาย 50%  ส่วนอีก 50% น้องๆที่เหลือแบ่งกัน   ตอนนั้นที่เคยคิดว่าให้น้องชายหมด อาจเป็นเพราะน้องชายยังเด็กยังไม่มีความคิดที่จะทำร้ายผมได้ (แต่รตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปเพราะน้องขอทำร้านเหล้าเอง)   ผมได้ยินประโยคนี้จากละคร "พ่อแม่ตาย พี่น้องก็กลายเป็นอื่น"   ผมว่ามันไม่จริงสำหรับผมเลย   เพราะพ่อแม่ยังไม่ตาย   พ่อแม่ น้องๆผม ก็เห็นผมกลายเป็นคนอื่นซะแล้ว
ผมคิดว่าที่ๆเราหน้าจะปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดคือที่บ้าน  (แต่มันไม่ใช่สำหรับผม)
 ที่พ่อเป็นแบบนี้หรือว่าพ่อ รู้ว่าผมเป็นเกย์ (แก่แล้วไม่มีลูกเมียสักที)  แต่หารุ้ไม่ว่าคนที่เค้าฝากความหวังมากที่สุดคือน้องชายผม ก็เป็นเกย์เหมือนกัน  แถมนิสัยหนักกว่าผมอีกเช่นเอาทองแม่ 5 บาทไปขาย(พ่อไม่รู้ ถ้ารู้บ้านแตก)  แม่บอกว่ามันไม่เสียเหมือนลูกคนอื่น ที่ติดยา ติดพนัน ชั่งมันเหอะ  แต่หารู้ไม่ว่า เล่นหวย  เล่นพนันบอลได้เสียครั้งละเป็นหมื่น 
 
จำไว้ว่าสักวันต้องเป็นของกูบ้าง
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

3 ตอบกลับที่ 4 เดือนเลวร้ายที่สุดแล้วหรือยังกับชีวิต

  1. ธนพง พูดว่า:

    จะอยู่ตรงนี้ถ้าเธอต้องการ..ถ้าหากคนนั้นทำเธอหมองหม่น..ฉันคนนี้ก็มีสิทธิ์.งฉันที่รักเธออยู่ทั้งคน…หมดทั้งใจ

  2. SasSyzZMaiYizZ พูดว่า:

    อ่านหมดแล้วนะพี่กัน ก็เข้าใจแหละที่เล่าให้ฟังไม่คิดว่ามันจะเยอะได้ขนาดนี้อดทนไว้นะคร๊าบบบบ เป็นกำลังใจให้เสมอ…ใหม่

  3. Tang พูดว่า:

    ฟ้าหลังฝน สวยงามเสมอ….และยิ่ง..หลังพายุ หลังมรสุม ยิ่งแจ่มใสและสวยงาม อดทนรอวันนั้นหน่อยนะ ไม่ต้องหวงฉันจะอยู่เคียงข้างแกเสมอ…..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s